🩸วันที่ 28 พฤษภาคม คือวันสุขอนามัยประจำเดือนโลกที่วนมาอีกปี ในปีนี้การเคลื่อนไหวขององค์กรสุขอนามัยประจำเดือนได้ออกแคมเปญ #PeriodFriendlyWorld หรือแปลเป็นไปไทยได้ว่า โลกที่เป็นมิตรกับประจำเดือน แม้โลกจะเต็มไปด้วยผู้มีประจำเดือน แต่ในบางพื้นที่ประจำเดือนก็ยังคงเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ ยากต่อการพูดถึง หรือยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหิ่งห้อยน้อยกำลังจะมีกิจกรรมที่อยากเชิญชวนทุกคนมาบอกเล่าและบันทึกเรื่องราวของตนเองที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน เลือดเดือน หรือประสบการณ์ใกล้ชิดกับประจำเดือนเพื่อไม่ให้เรื่องราวที่สำคัญนี้หายไปจากชีวิตของเราทุกคน
⁉️แล้วในปีที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับสิทธิประจำเดือนอัพเดทอย่างไรบ้าง? สำหรับประเทศไทย แม้จะมีข่าวดีจากการเคลื่อนไหวของแคมเปญ #เมนส์มาลาได้ เมื่อปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ออกมา “ขอความร่วมมือ” ให้นายจ้างอนุญาตให้แรงงาน ‘หญิง’ สามารถลาหยุดช่วงมีประจำเดือนได้ รวมถึงมีผ้าอนามัยแจกในที่ทำงาน แต่แม้จะนับเป็นความก้าวหน้า ก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทั้งในเรื่องการใช้ถ้อยคำที่เป็นเพียงการ “เชิญชวน” ไม่ใช่การบังคับใช้จริง และยังจำกัดผู้มีประจำเดือนอยู่เพียง “ผู้หญิง” เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้มีประจำเดือนไม่ได้มีแค่ผู้หญิง แต่ยังรวมถึงอัตลักษณ์ทางเพศอื่น ๆ เช่น ทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี หรือผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่รู้สึกสบายใจกับการผูกเรื่องประจำเดือนเข้ากับคำว่า “ผู้หญิง” เพียงอย่างเดียว
เดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม (WJG) จึงจัดเวทีผลักดันข้อเรียกร้องประจำปี 2025 ที่รวบรวมข้อเรียกร้องที่ยังคงตกหล่นเพื่อเสนอต่อคณะรัฐบาลโดยรวมถึงสิทธิเกี่ยวกับประจำเดือน นั่นคือ เรียกร้องให้มีการกำหนดวันหยุดโดยได้รับค่าจ้างให้กับ ‘คนทำงานทุกคนที่มีประจำเดือน’ ตามความเหมาะสม และเรียกร้องให้มีการจัดผ้าอนามัยฟรีทั่วประเทศ ทั้งในที่ทำงานและสถานศึกษา แม้ข้อเรียกร้องอาจยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่เราจะเห็นได้ว่ามีการใช้คำที่ไม่ได้กล่าวถึงแค่ผู้หญิงในการเรียกร้องครั้งนี้
ในการเรียกร้องนโยบายที่คล้ายกันต่างประเทศ รัฐกรณาฏกะทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย ให้สิทธิ์ลาช่วงมีประจำเดือนแต่ยังได้รับค่าจ้างแก่คนทำงานผู้หญิงทุกคนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยสงวนสิทธิให้ผู้หญิงอายุระหว่าง 18 – 52 ปีทั้งในบริษัทรัฐและเอกชน สามารถลาหยุดช่วงมีประจำเดือนได้เดือนละ 1 วันโดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
หลังจากรัฐกรณาฏะอนุมัตินโยบายนี้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงขึ้นมากมายในสังคมอินเดียตามมา ซึ่งแม้อินเดียจะเป็นแหล่งผลิตผ้าอนามัยทางเลือกใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกที่ก้าวหน้าเรื่องภาษีผ้าอนามัย ผ้าอนามัยและสิ่งแวดล้อมแต่บางรัฐและบางผู้คนยังคงมีมุมมองที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับความเชื่อทางจารีตสังคมซึ่งมองว่าประจำเดือนเป็นเรื่องต้องห้ามกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ทั้งความคิดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หรือการตั้งคำถามว่าการลาหยุด 1 วันเหมาะสมแล้วหรือไม่กับการลาช่วงมีประจำเดือน ไม่ต่างกับนโยบายเช่นเดียวกันในอีกหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตามนโยบายนี้นับว่าเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับการเรียกร้องสิทธิทางประจำเดือนต่อ ๆ ไปในประเทศอินเดีย
นอกจากนั้นยังมีข่าวดีสำหรับประชาชนเนปาล ประเทศที่ก้าวหน้าทางสิทธิประจำเดือนในเอเชียใต้ เมื่อศาลสูงสุดอนุมัติให้งดเว้นภาษีผ้าอนามัยซึ่งก่อนหน้านี้สูงถึง 18% สำหรับผ้าอนามัยและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับประจำเดือนนำเข้าในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา การยกเลิกการเก็บภาษีผ้าอนามัยนี้จะทำให้ผู้มีประจำเดือนในประเทศไม่ต้องซื้อผ้าอนามัยราคาแพงหรือใช้อุปกรณ์รองรับเลือดประจำเดือนที่ไม่ถูกหลักสุขอนามัยมารองรับเลือดเดือนแทน
ตัดกลับมาพื้นที่ใกล้เคียงกันกับประเทศไทยอย่างเมียนมา ที่มีสถานการณ์สงครามภายในประเทศและการเรียกร้องประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2021 ณ ปัจจุบันนี้ผู้มีประจำเดือนทั่วประเทศ ไม่แบ่งแยกชนชั้น ชาติพันธุ์ กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยอย่างหนัก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาแหล่งข่าวจากองค์กรเฟมินิสต์และสำนักข่าวหลายแห่งทั่วโลกช่วยกันนำเสนอถึงการที่รัฐบาลทหารห้ามการแจกจ่ายผ้าอนามัยและงดการนำเข้าผ้าอนามัยให้กับประชาชนในประเทศ โดยอ้างว่าผ้าอนามัยที่มีจำเป็นต้องนำไปใช้ในการแพทย์ การรักษาในพื้นที่สงคราม และผ้าอนามัยต้องใช้ใส่ในรองเท้าคอมแบทของทหารเพื่อความสะดวกสบายของกองกำลังอีกด้วย
จากนโยบายของรัฐบาลทหารนี้ส่งผลให้ประชาชนคนมีประจำเดือนในเมียนมายิ่งเข้าถึงผ้าอนามัยหรืออุปกรณ์รองรับเลือดเดือนยากขึ้นไปอีก รวมไปถึงมีการโก่งราคาที่สูงขึ้นจากราคาปกติถึงสามเท่า และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชั่วคราวด้วยการใช้ผ้าขนหนู เศษผ้า ใบไม้ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้รองรับเลือดเดือนแทนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีการยิงจู่โจมทางอากาศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางช่องคลอดและระบบสืบพันธุ์ รวมทั้งโรคอื่น ๆ ที่ตามมาอีกด้วย และหากมองให้ลึกกว่านั้น การปิดกั้นผ้าอนามัยทำให้ผู้มีประจำเดือนที่อยู่ในพื้นที่สงครามไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเนื้อตัวร่างกายของตนเองมากยิ่งขึ้น และการพูดเรื่องประจำเดือนอย่างเปิดเผยก็อาจกลายเป็นเรื่องต้องห้ามไปด้วยในสังคมที่อยู่ภายใต้สงครามเช่นนี้
หิ่งห้อยน้อยตระหนักว่า แม้ประเทศไทยจะเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการผลักดันนโยบายเกี่ยวกับสิทธิประจำเดือนจากหลายภาคส่วน แต่การรับรู้ทั้งความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีและความท้าทายในประเทศอื่น ๆ ก็ช่วยให้พวกเราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการเรียกร้อง หรือแม้แต่ในการพูดถึงเรื่องประจำเดือนในชีวิตประจำวันเพราะเราเชื่อว่าผู้มีประจำเดือนทุกคนไม่ได้เรียกร้องมากไปอย่างที่ถูกกล่าวหา การเรียกร้องสิทธิประจำเดือนคือการเรียกร้องคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม เรามีสิทธิที่จะได้รับสิทธิและสวัสดิการที่เป็นธรรมผ่านมุมมองของเพศและเจนเดอร์ที่ถูกปัดให้ตกหล่นและไม่ถูกมองเห็น สิทธิประจำเดือนจึงไม่ใช่ภาระที่ใครคนหนึ่งต้องแบกรับเพียงลำพัง และสิทธิประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องของ “ผู้หญิง” เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของผู้คน ความสัมพันธ์ การดูแล และสังคมร่วมกันของพวกเราทุกคน
ประสบการณ์ของผู้มีประจำเดือนคือประสบการณ์ที่มีคุณค่า เป็นทั้งความทรงจำ ความท้าทาย ความอ่อนโยนต่อเนื้อตัวร่างกาย การต่อสู้ และขุมความรู้ในชีวิตประจำวันที่ควรค่าแก่การรับฟังและจดบันทึกไว้ เพื่อสร้างโลกที่เป็นมิตรกับประจำเดือน อย่างที่ทุกคนต้องการ
ภาพประกอบจาก Phatchuchi
อ้างอิง: เอกสารข้อเรียกร้องประจำปี 2025 โดยกลุ่มแรงงานหญิงเพื่อความยุติธรรม
https://www.bbc.com/news/articles/c78zg4810jro
https://kathmandupost.com/editorial/2025/06/24/unsanitary-taxes





